โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาการคันที่เกิดขึ้นตามผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การแพ้สารเคมีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอก ครีมทาผิว การแพ้ยา หรืออาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อรา ไม่ว่าจะเป็นกลาก เกลื้อน สิวชนิดที่เกิดจากเชื้อรา หรือโรคติดเชื้อแคนดิดา เป็นต้น ทั้งนี้อาการคันต่างๆ อาจมีผดผื่นขึ้นในลักษณะที่แตกต่างกันตามแต่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันนั่นเอง

อาการคันที่เกิดจากการติดเชื้อราในรูปแบบต่างๆ
สำหรับอาการคันที่เกิดจากการติดเชื้อรานั้นมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ที่มักพบบ่อยๆ ก็คือ กลาก เกลื้อน และการติดเชื้อแคนดิดา ซึ่งสามารถอธิบายถึงลักษณะแต่ละรูปแบบได้ดังนี้

1.กลาก จะมีลักษณะเป็นวงขาวๆ มีขอบเขตที่ชัดเจน มีอาการคัน พบได้ตามผิวหนังบริเวณหลัง ใบหน้า และลำตัว เป็นการติดเชื้อที่มักพบในนักกีฬา ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง หรือผู้ที่ไม่ค่อยอาบน้ำ

2.เกลื้อน จะมีลักษณะคล้ายกลาก เป็นวงเรียบๆ สีขาว สีน้ำตาล หรือสีดำ มักจะไม่มีอาการคัน แต่จะคันเล็กน้อยเมื่อมีเหงื่อออกมา

3.การติดเชื้อแคนดิดา จะมีลักษณะเป็นผื่นแฉะ มีสีแดง มีอาการคัน สามารถลามได้ มักจะพบบริเวณที่มีการอับชื้น เช่น ขาหนีบ ข้อพับ รักแร้ อีกทั้งยังสามารถพบได้ในช่องปากเหมือนฝ้าขาวบริเวณลิ้น แต่จะพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

อาการคันตามผิวหนังที่เกิดจากการแพ้

ในส่วนของอาการคันที่เกิดจากการแพ้นั้น สามารถสังเกตได้จากการสัมผัสสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แล้วเกิดอาการคันตามมา เช่น ครีมบำรุงผิวสูตรใหม่ หรือครีมแบรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้มาก่อน รวมทั้งเครื่องสำอางหรือเวชภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้แม้แต่การสัมผัสผงซักฟอกครั้งแรกหรือการสัมผัสนานเกินไปแม้จะเคยสัมผัสมาก่อน ก็มีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน

สาเหตุของอาการคันมีอะไรบ้าง

เนื่องจากอาการคันเป็นอาการที่เกี่ยวกับทางจิตใจด้วย ผู้ป่วยบางคนอาจจะบอกว่า คันมากหรือบางคนอาจจะคันน้อย อาการคันอาจพบได้ในโรคหลายชนิด จึงอาจจำแนกสาเหตุของอาการคันได้ง่ายๆ เป็น 2 ชนิด คือ

อาการคันซึ่งเกิดจากโรคผิว ผิวหนังเอง เช่น ผด ลมพิษ ผื่นจากการแพ้ยา ฯลฯ
อาการคันที่มีสาเหตุมาจากโรคภายใน เช่น โรคตับ มะเร็งของอวัยวะภายในหรือโรคเบาหวาน ซึ่งมักจะคันบริเวณซอกขาที่ชื้น มักจะมีเชื้อราร่วมด้วย