นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย เตรียมประกาศแผนในวันพฤหัสบดี (11 มี.ค.) รัฐบาลจะอุดหนุนการเดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร ภายในประเทศ 800,000 เที่ยวบิน และเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แก่ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวรายย่อย ส่วนหนึ่งของมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ มูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (28,373 ล้านบาท)

สำนักข่ารอยเตอร์รายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่า การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สุดของออสเตรเลีย สร้างรายได้ปีละกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1,418,640 ล้านบาท) และจ้างงานประมาณ 5% ของทัพแรงงานทั้งหมดของประเทศ แต่อุตสาหกรรมกลายเป็นง่อย เมื่อออสเตรเลียปิดเขตแดนระหว่างประเทศ ในเดือน มี.ค. 2563 เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้แรงงานในธุรกิจการท่องเที่ยว กลายเป็นคนว่างงานหลายหมื่นคน และเข้ารับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามโครงการเงินอุดหนุนค่าจ้าง (wage-subsidy scheme)

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมแผนรองรับ หลังจากโครงการเงินอุดหนุนค่าจ้างสิ้นสุดลงในเดือนนี้ นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน จะประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอีกชุด สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ด้วยแผนการ ตั๋วชุบชีวิต (ticket to recovery) อุดหนุนเที่ยวบินโดยสารภายในประเทศ 800,000 เที่ยว ระหว่าวันที่ 1 เม.ย.-31 ก.ค. ขณะที่มาตรการปิดเขตแดนระหว่างประเทศยังมีผลบังคับ
 
รัฐบาลออสเตรเลียจะช่วยค่าตั๋วโดยสาร 50% หรือครึ่งหนึ่ง สำหรับการบินไปยังจุดหมาย 13 เมืองในประเทศ และสายการบินต่างๆ ตอบตกลงที่จะเพิ่มเที่ยวบิน ไปยังเมืองจุดหมายเหล่านี้ “นี่คือตั๋วโดยสารเพื่อการฟื้นฟู ตั๋วครึ่งราคาแปดแสนเที่ยวบิน เพื่อให้ชาวออสเตรเลียเดินทาง” มอร์ริสัน กล่าว
 
รัฐบาลแคนเบอร์รายังจะให้การสนับสนุนทางด้านการเงิน แก่ 2 สายการบินหลักของประเทศ คือ แควนตัส และเวอร์จิน แอร์เวย์ ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-31 ต.ค. ซึ่งออสเตรเลียกำหนดจะเปิดเขตแดน ให้เที่ยวบินระหว่างประเทศ บินเข้าออกแดนจิงโจ้ได้

นอกจากนี้ รัฐบาลจะเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รายละไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (118.2 ล้านบาท) แก่ธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น บริษัทนำเที่ยว โดยผู้กู้ไม่ต้องชำระหนี้ในช่วง 2 ปีแรก
 
นายแดน ทีฮาน รัฐมนตรีกระทรวงการค้าออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องให้ชาวออสเตรเลียทำหน้าที่คนรักชาติ และจองตั๋วออกเดินทางท่องเที่ยวในปีนี้